รากสามสิบ : รู้จัก PMS และ PMDD เมื่ออารมณ์ดิ่งก่อนมีเมนส์ ไม่ใช่แค่เรื่อง “คิดไปเอง”
เคยไหม? อยู่ดี ๆ ก็น้ำตาไหลอย่างไร้สาเหตุ หงุดหงิดทุกอย่างรอบตัวจนอยากจะกรีดร้อง หรือดิ่งจมดิ่งเหมือนโลกทั้งใบพังทลายลงมา… แต่พออีกสองสามวันต่อมา ประจำเดือนมาปุ๊บ อาการเหล่านั้นกลับหายวับไปเหมือนไม่เคยเกิดขึ้น!
ถ้าคุณเคยเจอเหตุการณ์แบบนี้ อยากให้สบายใจได้เลยครับว่า “คุณไม่ได้บ้า ไม่ได้คิดไปเอง และไม่ได้เป็นคนงี่เง่า” แต่มันคือปฏิกิริยาเคมีในร่างกายที่เรียกว่า PMS และ PMDD ต่างหาก
PMS vs PMDD ต่างกันอย่างไร?
แม้จะฟังดูคล้ายกัน แต่ระดับความรุนแรงนั้นต่างกันราวฟ้ากับเหวครับ มาลองเช็กกันหน่อยว่าคุณอยู่ในกลุ่มไหน

PMS (Premenstrual Syndrome) : คือ “กลุ่มอาการ” ก่อนมีประจำเดือนทั่วไป เป็นความแปรปรวนระดับที่ทำให้เราหงุดหงิด กวนใจ อารมณ์ขึ้น ๆ ลง ๆ หรือเจ็บคัดตึงตามร่างกาย แต่ยังเป็นเรื่องธรรมชาติที่ผู้หญิงส่วนใหญ่ประคองตัวเองผ่านไปได้ พบได้บ่อยมากกกก! ผู้หญิงในวัยเจริญพันธุ์ทั่วโลกเป็นกันสูงถึง 70-80% เรียกว่าเดินมา 10 คน ต้องมีคนเป็น PMS ไปแล้ว 7-8 คน สาว ๆ อาจจะแค่อยากบ่น แฟนทำอะไรก็ขัดใจ ทำงานอืดอาดลงนิดหน่อย หรืออยากนอนนิ่ง ๆ แต่ยังสามารถตื่นไปทำงาน ไปเรียน และใช้ชีวิตร่วมกับคนในสังคมได้ตามปกติ
PMDD (Premenstrual Dysphoric Disorder) : คือ “โรคความผิดปกติทางอารมณ์” ก่อนมีประจำเดือน ซึ่งมีความรุนแรงและดิ่งลึกกว่า PMS มาก ในทางการแพทย์จัดว่า PMDD เป็นโรคทางจิตเวชชนิดหนึ่งเลยทีเดียว พบได้น้อยกว่ามาก มีผู้หญิงเพียงแค่ประมาณ 3-8% เท่านั้นที่มีอาการรุนแรงเข้าขั้นเป็นโรค PMDD นี้ค่ะ อาการจะรุนแรงจน “ชีวิตพังทลาย” (Functional Impairment) เช่น เศร้าดิ่งจนร้องไห้ฟูมฟายไร้สาเหตุ วิตกกังวลจนตัวสั่น นอนไม่หลับ หรือโกรธจัดจนทำลายความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง หลายคนถึงขั้นต้องลารวมถึงขาดงาน และในรายที่ดิ่งสุด ๆ อาจมีความคิดไม่อยากอยู่บนโลกนี้เลยค่ะ
🧠 สมองไม่ได้แพ้ใจ… แต่สมองแค่ “แพ้ฮอร์โมน” ตัวเอง
ทำไมร่างกายต้องใจร้ายกับเราขนาดนี้? คำตอบไม่ใช่เพราะคุณจัดการอารมณ์ไม่เก่งค่ะ!

แต่มันเกิดจากหลังจากช่วง “ตกไข่” ระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนและโปรเจสเตอโรนในร่างกายของผู้หญิงเราจะตกลงอย่างน่าใจหาย การดิ่งชันของฮอร์โมนนี้ดันไปรบกวนการทำงานของ สารเซโรโทนิน (Serotonin) ซึ่งเป็นสารเคมีในสมองที่ทำหน้าที่สร้างความสุขและควบคุมอารมณ์สำหรับคนทั่วไป สมองอาจจะทนต่อการแกว่งนี้ได้ แต่สำหรับคนที่เป็น PMDD สมองของพวกเธอมีภาวะ “ไวต่อฮอร์โมนเป็นพิเศษ” (Hormone Sensitivity) พูดง่าย ๆ คือ สมองเกิดอาการ “แพ้” การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนอย่างรุนแรง มันจึงส่งสัญญาณออกมาเป็นความเศร้าและความเกรี้ยวกราดที่ยากจะควบคุมนั่นเองค่ะ
🛠️ คู่มือกู้ใจ… ในวันที่ฮอร์โมนเล่นตลก
เมื่อรู้แล้วว่านี่คือเรื่องของวิทยาศาสตร์และสารเคมี เราก็มีวิธีที่จะ “สู้กลับ” เพื่อทวงคืนความสุขในชีวิตค่ะ

บันทึกดวงดาวแห่งอารมณ์ (Symptom Tracker) : ลองจดปฏิทินหรือใช้แอปพลิเคชันบันทึกอารมณ์ดูค่ะ เมื่อเราเห็นแพทเทิร์นชัดเจนว่า “อ๋อ ความดิ่งนี้มาตามนัดก่อนเมนส์มา 7 วันเสมอ” สมองของเราจะเริ่มปล่อยวางได้มากขึ้น เพราะรู้ว่า อีกไม่กี่วันมันก็ จะผ่านไป
ใจดีกับเมนูอาหาร : ในช่วงสัปดาห์มหาโหด ลองลดอาหารเค็ม ๆ (เพื่อลดอาการตัวบวมบีบคั้นหัวใจ) หลีกเลี่ยงชากาแฟที่กระตุ้นความวิตกกังวล แล้วหันมาเสริมวิตามินบี 6, แคลเซียม และแมกนีเซียม เพื่อช่วยปรับสมดุลจากภายในค่ะ
จับมือเดินไปหาคุณหมอ : หากเช็กลิสต์แล้วพบว่าตัวเองเข้าข่าย PMDD และมันเริ่มทำลายหน้าที่การงานหรือความสัมพันธ์ อย่าลังเลที่จะเดินไปพบสูตินรีแพทย์หรือจิตแพทย์นะคะ คุณหมอมีตัวช่วยดี ๆ อย่างยาปรับฮอร์โมน หรือยาปรับสารเคมีในสมองชั่วคราว ที่จะช่วยดึงคุณขึ้นมาจากเหวแห่งความเศร้าได้จริง ๆ ค่ะ





