Gastroesophageal Reflux Disease กรดไหลย้อน
กรดไหลย้อนเป็นภาวะที่น้ำย่อยในกระเพาะอาหารซึ่งมีฤทธิ์เป็นกรด ไหลย้อนกลับขึ้นไปในหลอดอาหาร ทำให้เกิดอาการระคายเคืองและไม่สบายตัว โดยอาการที่พบได้บ่อยคือรู้สึกแสบอกหรือจุกเสียดบริเวณใต้ลิ้นปี่ บางครั้งอาจมีอาการท้องอืดท้องเฟ้อร่วมด้วย ลักษณะอาการอาจคล้ายโรคกระเพาะอาหาร จนทำให้ผู้ป่วยบางคนเข้าใจผิดว่าเป็นโรคกระเพาะ
สาเหตุของโรคกรด-ไหลย้อน
โดยปกติ ร่างกายมีกลไกป้องกันไม่ให้น้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นไปในหลอดอาหาร ซึ่งควบคุมโดยหูรูดหลอดอาหารส่วนล่าง (Lower Esophageal Sphincter: LES)
• การทำงานของ LES ในภาวะปกติ:
หูรูดนี้จะคลายตัวขณะกลืนอาหาร เพื่อให้อาหารผ่านลงสู่กระเพาะ และจะหดตัวปิดทันทีหลังจากนั้น เพื่อป้องกันการไหลย้อนของกรดและอาหาร
• ในกรณีที่ LES ทำงานผิดปกติ:
หากหูรูดหลอดอาหารส่วนล่างเสื่อมสภาพ หรือคลายตัวผิดปกติ อาหารและกรดในกระเพาะอาหารสามารถไหลย้อนกลับขึ้นไปในหลอดอาหารได้ ทำให้เกิดอาการของโรคกรด-ไหลย้อน
ปัจจัยที่ส่งผลให้ LES ทำงานผิดปกติ:
1. อายุ: หูรูดอาจเสื่อมสภาพตามอายุ
2. ทารก: เด็กเล็กอาจเกิดกรด-ไหลย้อนเนื่องจากหูรูดยังเจริญไม่เต็มที่
3. สตรีมีครรภ์: การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน เช่น โปรเจสเตอโรน อาจทำให้หูรูดคลายตัวมากขึ้น
4. ความอ้วน: น้ำหนักตัวที่มากทำให้แรงดันในช่องท้องเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กรด-ไหลย้อนมีโอกาสเกิดได้บ่อยขึ้น
5. โรคไส้เลื่อนกะบังลม (Hiatal Hernia): เป็นภาวะที่กระเพาะอาหารบางส่วนเลื่อนขึ้นไปในช่องอก ส่งผลต่อการทำงานของ LES
ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดกรด-ไหลย้อน
1. พฤติกรรมการรับประทานอาหาร:
• การบริโภคอาหารรสจัด เช่น อาหารเผ็ด เปรี้ยว
• อาหารที่มีไขมันสูง เช่น อาหารทอด
• ชา กาแฟ น้ำอัดลม หรือเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน
• การดื่มแอลกอฮอล์
• การกินอาหารมื้อใหญ่เกินไป
2. พฤติกรรมหลังรับประทานอาหาร:
• การนอนหรือเอนตัวทันทีหลังมื้ออาหาร
• การใส่เสื้อผ้ารัดแน่น หรือคาดเข็มขัดแน่น
3. ปัจจัยด้านอารมณ์และสุขภาพ:
• ความเครียด
• โรคเบาหวาน หรือโรคที่เกี่ยวข้องกับระบบประสาท
4. การใช้ยาบางชนิด:
• ยาขยายหลอดลม
• ยาลดความดันโลหิตกลุ่มเบตาและกลุ่มแคลเซียม
• ยาต้านคอลิเนอร์จิก
• ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน
อาการของโรคกรด-ไหลย้อน
1. อาการหลักที่เกี่ยวข้องกับระบบทางเดินอาหาร:
• แสบอกหรือจุกเสียดบริเวณใต้ลิ้นปี่ คล้ายอาการอาหารไม่ย่อย
• ท้องอืด และเรอบ่อย
• คลื่นไส้หรือรู้สึกเปรี้ยวในปาก
2. อาการเรอเปรี้ยว:
• เกิดจากกรดในกระเพาะอาหารหรือน้ำดีไหลย้อนขึ้นมาที่หลอดอาหารหรือช่องปาก ส่งผลให้เกิดรสเปรี้ยวหรือขมในปาก
3. อาการทางระบบหู คอ จมูก:
• ไอเรื้อรัง
• เสียงแหบเรื้อรัง
• หอบหืดกำเริบ เนื่องจากกรดที่ไหลย้อนขึ้นมาระคายเคืองบริเวณคอหอยและกล่องเสียง
ความแตกต่างระหว่างกรด-ไหลย้อนและโรคกระเพาะอาหาร
แม้ว่ากรด-ไหลย้อนและโรคกระเพาะอาหารจะมีอาการบางอย่างคล้ายกัน แต่สาเหตุและลักษณะอาการแตกต่างกัน:
• โรคกระเพาะอาหาร:เกิดจากการอักเสบของเยื่อบุในกระเพาะอาหาร
• มีอาการปวดท้องบริเวณลิ้นปี่ โดยเฉพาะขณะท้องว่าง
• กรด-ไหลย้อน:เกิดจากการไหลย้อนของกรดขึ้นไปในหลอดอาหาร
• มีอาการแสบอกและจุกเสียดหลังมื้ออาหาร
ผลกระทบระยะยาวจากกรด-ไหลย้อน
หากปล่อยให้กรด-ไหลย้อนเกิดขึ้นบ่อยและไม่ได้รับการรักษา อาจนำไปสู่:
1. การอักเสบของหลอดอาหาร:
• กรดที่ไหลย้อนขึ้นมาบ่อย ๆ อาจทำให้หลอดอาหารเกิดการอักเสบ
2. แผลในหลอดอาหาร:
• การอักเสบอย่างต่อเนื่องอาจทำให้เกิดแผลในหลอดอาหาร
3. Barrett’s Esophagus:
• ภาวะที่เซลล์ในหลอดอาหารเปลี่ยนแปลง อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งหลอดอาหาร
4. ผลกระทบต่อคุณภาพชีวิต:
• การนอนหลับไม่สนิท เนื่องจากกรด-ไหลย้อนมักกำเริบขณะนอน
แนวทางป้องกันและจัดการโรคกรด-ไหลย้อน
1. ปรับพฤติกรรมการกิน:
• รับประทานอาหารมื้อเล็กแต่บ่อย
• หลีกเลี่ยงอาหารที่กระตุ้นกรด-ไหลย้อน
2. หลีกเลี่ยงพฤติกรรมเสี่ยง:
• งดสูบบุหรี่และดื่มแอลกอฮอล์
• อย่านอนทันทีหลังรับประทานอาหาร
3. ดูแลสุขภาพโดยรวม:
• ลดน้ำหนักในกรณีที่มีน้ำหนักเกิน
• จัดการความเครียดอย่างเหมาะสม
4. ปรึกษาแพทย์:
• หากมีอาการเรื้อรัง ควรพบแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและการรักษาที่เหมาะสม
โรคกรด-ไหลย้อนเป็นปัญหาสุขภาพที่พบได้บ่อย แต่สามารถจัดการได้ด้วยการปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการดูแลสุขภาพอย่างเหมาะสม การเข้าใจถึงสาเหตุและการป้องกันจะช่วยลดผลกระทบต่อชีวิตประจำวันและความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนในอนาคตได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผลิตภัณฑ์แนะนำที่ช่วยระบาย ลดอาการกรด-ไหลย้อน
-
Sale Product on saleยาระบาย ชนิดแคปซูล ตราสมุนไพรคุณสัมฤทธิ์400.00 บาท – 740.00 บาท